Saturday, November 17, 2012

สัมมนามันนี่ทอล์ค “จิตวิทยาพฤติกรรมลงทุนและกลยุทธ์หุ้น”

|0 comments

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553 เป็นครั้งแรกที่ไปสัมมนาการลงทุน ผมตื่นเต้นมากๆ ทำไมผมเลือกที่จะเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ก็เพราะ ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เป็นวิทยากรครับ แน่นอนว่าผมเป็นแฟนคลับ ดร. นิเวศน์ รู้จักท่านจากหนังสือเล่มนี้ “ตีแตก กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต” Concept คือ “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” และก็ยังติดตามบล็อกของท่านอีกด้วย Thaivi.com ความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นปกหนังสือ “ไม่น่าเชื่อลุงคนนี้จะมีเงินเป็นพันล้านบาท” ลุงที่ดูธรรมดาคนนี้ สร้างแรงบันดาลใจให้ผมศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างจริงจังครับ


ผมไปถึง ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ก่อนเวลา ขึ้นไปถึงชั้น 7 ไม่อยากจะเชื่อเลย! ทำไมคนเยอะขนาดนี้ มีความวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อย เพราะผู้คนที่เข้ามาร่วมสัมมนา ไม่รู้ว่าตัวเองต้องต่อแถวไหน หลังจากลงทะเบียนเสร็จ พนักงานจะปั๊มตาประทับเล็กๆ ที่มือ ก่อนเข้าห้องสัมมนา (เหมือนไปเที่ยวผับเลยนะครับเนี่ย)
การสัมมนาแบ่งเป็น 2 ช่วง
  1. ฟันธงหุ้นเด่น
  2. จิตวิทยาพฤติกรรมลงทุนและกลยุทธ์หุ้น
ฟันธงหุ้นเด่น
มีวิทยากรรับเชิญทั้งหมด 3 ท่าน เป็นคนจากค่าย บล.เอเซียพลัส, บล.ทรินีตี้ และ บล.ธนชาต

สัมมนามันนี่ทอล์ค "ฟันธงหุ้นเด่น"
รูปที่ 1
ขอสรุปเนื้อหาในช่วงแรกนะครับ แบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่
  1. แนวโน้มของตลาดหุ้นไทย
    1. ปัจจัยลบ
    2. ปัจจัยบวก
  2. 5 หุ้นที่น่าสนใจ
แนวโน้มของตลาดหุ้นไทย
  1. ปัจจัยลบ
    1. ผลของการปรับดอกเบี้ย จะทำให้ตลาดหุ้นปรับฐาน
    2. เศรษฐกิจและการเมืองของยุโรป (EU) ออกแผนการลดงบประมาณของ EU จะทำให้ GDP ของ EU ลดลง 3% ในเวลา 3 ปี
    3. การเมืองไทย ประมาณช่วงปลายปี ต.ค. เป็นต้นไป จะมีคดียุบพรรคปชป.
    4. ตอนนี้เศรษฐกิจโลกหวังพึ่ง จีน และ อินเดีย
    5. การผันผวนเรื่องเงินทุนต่างชาติ เน้นไปที่การแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์ ถ้าเงินบาทแข็งค่าถึง 30 บาท ต้องระวังการขายทำกำไร
  2. ปัจจัยบวก
    1. ตัวเลขของเศรษฐกิจไทยดี เนื่องจากไทยส่งออกเป็นหลัก 70%
    2. บริษัทจดทะเบียนระดับกลางและเล็ก เติบโตมาก (เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์,…)
    3. เนื่องจากเหตุการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา ทำให้ Fund Flow ลดลง เนื่องจากฝรั่งขายออกกันไปเยอะ ทำให้ ณ ตอนนี้ปริมาณเม็ดเงินยังน้อยอยู่ มีโอกาสที่ต่างชาติจะกลับมาลงทุนสูง เราอาจจะเห็น 930 – 880 จุด
ผมขอไม่พูดถึง 5 หุ้นที่น่าสนใจนะครับ กลัวจะจดข้อมูลผิดครับ ต้องขอโทษ ณ ที่นี่ด้วยครับ ผมขอข้ามไปพูดถึงช่วงที่ 2 เลยนะครับ :)
จิตวิทยาพฤติกรรมลงทุนและกลยุทธ์หุ้น
มีวิทยากรรับเชิญทั้งหมด 4 ท่านคือ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์, ทพ.สม สุจีรา และ คุณพรชัย รัตนนนทชัยสุข
สัมมนามันนี่ทอล์ค  "จิตวิทยาพฤติกรรมลงทุนและกลยุทธ์หุ้น"
รูปที่ 2
ขอสรุปเนื้อหาในช่วงที่สองนะครับ แบ่งเนื้อหาออกเป็น 1 หัวข้อใหญ่
  1. จิตวิทยาพฤติกรรมลงทุน
จิตวิทยาพฤติกรรมลงทุน
พฤติกรรมลงทุนจะแบ่งเป็น 2 ระดับใหญ่ๆ
  1. ระดับที่ 1: ใช้สัญชาตญาณ (อารมณ์)
  2. ระดับที่ 2: ปฏิสัมพันธ์ของจิตวิทยาและปัจจัยพื้นฐานเพื่อกำหนดทิศทางหุ้น
ท่านวิทยากรทั้ง 4 จะยกตัวอย่างพฤติกรรมการลงทุนแบบผิดๆ ให้ฟัง มีทั้งประสบการณ์จริงรวมอยู่ด้วย
  1. จิตวิทยาหมู่ การทำตามๆ กันไป รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัย
  2. มีความมั่นใจมากเกินไป เพิ่งซื้อขายเป็นครั้งแรก แล้วได้กำไร
  3. เชื่อ Guru หรือไปอ่าน Webboard มา
  4. มีราคาอ้างอิงในใจ มักจะไปอ้างอิงจากราคาที่เราซื้อ ไม่ใช่ราคาพื้นฐานของหุ้น
  5. ความคุ้นเคยของบริษัทที่เราทำ หรือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ เช่น บริษัทที่เราทำไม่เห็นจะดีเลย ให้โบนัสน้อย ไม่ซื้อหุ้นหรอก เรากำลังใช้อารมณ์ตัดสินใจ มองข้ามอะไรหลายๆ อย่าง เราควรดูผลประกอบการ, ดูงบการเงิน และปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ
  6. สมองเรามักจะหาทางลัด ขี้เกียจศึกษา คิดเอาเองเลย ว่าหุ้นไหนดี
  7. กลยุทธ์ต้องคิดไว้ล่วงหน้า จดไว้ยิ่งดี
  8. การซื้อขายหุ้น เขียนกฎไว้เลย
หลักการที่สำคัญมากๆ คือ ตลาดหุ้นแบ่งออกเป็น จิตวิทยา 70% และ ปัจจัยพื้นฐาน 30% เพราะฉะนั้นควรศึกษาอารมณ์ของตัวเองก่อนว่า เป็นนักลงทุนแบบไหน และที่สำคัญมากควรต้องดูปัจจัยพื้นฐาน ไม่ตามกระแสหรือตลาด
ขอติชมการสัมมนาครั้งนี้นะครับ คือด้วยเนื้อหาจริงๆ แล้วน่าจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง คิดว่าใช้เวลามากเกินไป แต่ผมได้รับเนื้อหาที่เป็นประโยชน์มากครับ

จัดทำโดยทีมงาน WorkShop

ทำความรู้จักกับ LTF และ RMF

|0 comments

         ทุกสิ้นเดือนมนุษย์เงินเดือนอย่างผมจะใจจดใจจ่อกับว่าเมื่อไหร่ ซอง slip เงินเดือนจะมาถึงผมซักทีทั้งๆ ที่ผมก็ทราบอยู่เต็มอกว่าเงินเดือนมันก็เท่ากันทุกเดือนแหละครับ พอได้เห็นตัวเลขก็รู้สึกพอใจโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่ารายละเอียดของใบ Slip เงินเดือนนั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง จนเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อให้ได้รู้ว่ามีเงินไหลเข้าและออกไปกับ เรื่องใดบ้าง ผมจึงหันกลับมาดูรายละเอียดใน Slip เงินเดือนว่ามีอะไรบ้าง Slip เงินเดือนหลักๆ ก็จะประกอบไปด้วยตัวเลขที่สำคัญอยู่ 4 ตัวคือ



  1. เงินเดือนที่ได้รับ
  2. ภาษีที่ต้องจ่าย
  3. เงินประกันสังคม
  4. เงินสุทธิที่เหลืออยู่หลังจากหักภาษีและเงินประกันสังคม
เมื่อผมดูรายงานค่าใช้จ่าย ผมเกิดคำถามว่า ทำไมปีๆ หนึ่งผมถึงเสียภาษีมากขนาดนี้ ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน เพราะอะไรนะเหรอครับ ก็เพราะว่าวิธีการเก็บภาษีที่ชาญฉลาดของสรรพากรนะสิครับ สรรพากรออกกฎหมายให้บริษัทจะทำการประเมินภาษีของเราทุกเดือน และทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ แล้วนำเงินดังกล่าวส่งให้สรรพากรทุกๆ เดือน ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ผมเกิดความเคยชินครับ จำนวนเงินไม่เยอะมาก ต้องจ่ายทุกเดือน มันเป็นความเคยชินและรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อเอาจำนวนภาษีของทุกเดือนมารวมกัน ผมถึงกับตกใจว่าผมจ่ายภาษีมากถึงเพียงนี้เลยหรือเนี่ย …
เพื่อนสนิทผมคนหนึ่งทราบว่าผมต้องเสียภาษีปีละหลายบาท จึงแนะนำให้ผมลงทุนผ่านกองทุน LTF หรือ RMF เพื่อเป็นการประหยัดภาษี บอกตามตรงครับผมไม่เข้าใจกับคำว่า “ประหยัดภาษี” เงินถูกหักอยู่ทุกเดือน ไม่เห็นมีใครมาถามผมเลยว่าต้องการประหยัดภาษีหรือไม่ แล้วมันจะประหยัดกันได้อย่างไร ความสงสัยเริ่มเกิดขึ้นจนผมต้องทำการศึกษาว่า ไอ้ LTF หรือ RMF มันช่วยประหยัดภาษีอย่างไร จนทราบว่าถ้าผมนำเงินไปซื้อหน่วยลงทุนประเภท LTF และ RMF ผมสามารถนำจำนวนเงินที่ซื้อหน่วยลงทุน มาขอเงินภาษีคืนมาบางส่วน โดยเงินจะได้คืนหลังจากที่มีการยื่นเสียภาษีในปีถัดไป หลังจากที่สรรพากรได้ตรวจสอบการยื่นภาษีเรียบร้อย และพบว่าไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งผู้ซื้อหน่วยลงทุนต้องทำตามเงื่อนไขง่ายๆ คือ
  1. สำหรับ LTF จะต้องถือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลา 5 ปีภาษี นั่นหมายความว่า หากผมซื้อ LTF วันที่ 30 ธันวาคม 2552 ก็จะนับเป็นปีที่ 1 ดังนั้นผมสามารถขายหน่วยลงทุน LTF ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2556 ซึ่งเท่ากับว่าผมต้องถือหน่วยลงทุนจริงๆ เป็นเวลาประมาณ 3 ปี (ทั้งนี้ระยะเวลาในการถืออาจนานขึ้น เนื่องจากบางกองทุนมีการกำหนด ช่วงเวลาขายหน่วยลงทุน)
  2. สำหรับ RMF ต้องถือหน่วยลงทุนระยะยาว (ยาวมากๆ) โดยผู้ลงทุนจะต้องถือหน่วยลงทุนจนอายุ 55 ปี ถึงจะสามารถขายหน่วยลงทุนได้ โดยจะต้องทำการซื้อหน่วยลงทุนทุกปี
  3. หากไม่สามารถทำตามเงื่อนไขสองข้อแรกได้ โดยผู้ลงทุนขายหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด ผู้ลงทุนจะต้องทำการคืนภาษีกลับให้สรรพากร และต้องเสียภาษีเพิ่มกรณีที่ได้กำไรจากการขายหน่วยลงทุน (ซึ่งตรงนี้ผมบอกตามตรงว่าไม่ทราบจริงๆ ครับว่าคืนภาษีทำอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์)
ทั้งนี้ LTF และ RMF ไม่เหมือนเงินฝากนะครับ ที่เงินฝากไม่หายไปไหนแถมได้ดอกเบี้ย การลงทุนใน LTF RMF ก็คือการที่เราเอาเงินไปให้คนอื่นบริหารเพื่อให้เงินนั้นงอกเงยขึ้นมา โดยการบริหารก็จะขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนนั้นๆ ว่ามีการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ในสัดส่วนเท่าไหร่ ถ้ากองทุนที่เราซื้อบริหารเก่งหน่วยลงทุนก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ผู้ลงทุนก็จะได้กำไรจากส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น แต่หากว่าผู้บริหารกองทุนบริหารงานไม่ดีหรือเกิดวิกฤตเศรฐกิจ ก็มีความเป็นไปได้ที่หน่วยลงทุนจะมีมูลค่าลดลง ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนได้

พอถึงตรงนี้บางคนอาจจะคิดว่าต้องเสียเงินก่อน แล้วถึงได้เงินคืนไม่เห็นจะคุ้มตรงไหนและที่สำคัญยังมีความเสี่ยงที่จะสูญ เงินอีก แต่โดยความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าคุ้มครับ เพราะว่าหากผมเสียภาษีถูกต้องผมได้เงินคืนจากสรรพากรคืนมาแน่นอน โดยที่ผมไม่ต้องทำอะไร นอกจากนี้ผมยังเลือกที่จะบริหารความเสี่ยงได้เพราะว่า
  1. LTF, RMF ในตลาดมีมากมายหลายกองทุน หากผมไม่ต้องการเสียงมาก พึงพอใจแค่เงินภาษีที่ได้คืน ผมสามารถเลือกซื้อหน่วยลงทุน LTF, RMF ที่ลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาลแทนที่จะเลือก LTF, RMF ที่ลงทุนในหุ้น
  2. เวลาที่เกิดวิกฤตเศรฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบทำให้ราคาหน่วยลงทุนลดลง ผมสามารถขายหน่วยลงทุนนั้น เพื่อรักษาเงินลงทุนของผม แล้วทำการคืนภาษีซึ่งเท่ากับว่าผมเท่าทุนหรืออาจขาดทุน การขาดทุนมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม เท่าที่ผมศึกษามาวิกฤตเศรฐกิจไม่ได้ทำให้ราคาหน่วยลงทุนตกฮวบลงไปเหลือศูนย์ บาท ภายในวันเดียว แต่มันจะค่อยเป็นค่อยไป หากผมติดตามข้อมูลความเป็นไปของเศรษฐกิจ และมูลค่าหน่วยลงทุนเป็นระยะๆ ผมคิดว่าอย่างไรเสียผมคงขาดทุนไม่มาก
  3. เมื่อครบกำหนดการถือหน่วยลงทุน ผมสามารถเลือกที่จะถือต่อหรือขายหน่วยลงทุนก็ได้ หากผมขาดทุนอยู่ผมสามารถรอจนกว่ามูลค่าหน่วยลงทุนจะเพิ่มขึ้นแล้วค่อยขาย ซึ่งกำไรที่ได้ผมไม่ต้องเสียภาษีใดๆ อันนี้ถือว่าเป็นโชคชั้นที่สอง
เริ่มรู้สึกสนใจประหยัดภาษีกับ LTF, RMF บ้างหรือยังครับ 
จัดทำโดยทีมงาน WorkShop

จุดเปลี่ยนความคิด

|0 comments

       ผมเป็นพนักงานบริษัท IT อยู่หลายปี ทำงานแบบ 7-11 {24hr/7days} อยู่หลายปีจนเรียกได้ว่าบริษัทเป็นบ้านหลังที่สองของผมเลยก็ว่าได้ เงินเดือนผมจะว่าไปแล้วก็นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะผมต้องจ่ายภาษีถึงปีละ 30%


ส่วนเรื่องเงินออมไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมเป็นคนไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่าอาหารช่วงวันหยุด เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดตามประสามนุษย์เงินเดือน ที่กินของถูกระหว่างสัปดาห์ และหาของแพงกินทุกวันศุกร์

เงินเก็บผมจะมีมากพอสมควรเรียกได้ว่าเป็นเกือบล้านเลยทีเดียว มีช่วงหนึ่งพ่อผมป่วยไม่มีใครดูแล ผมต้องลางานแบบไม่รับเงินเดือนหลายเดือน เพือกลับไปดูแลพ่อ ระหว่างนั้นผมพบว่า ถึงแม้ว่าผมจะใช้เงินระหว่างดูแลพ่อไปไม่มาก แต่เงินก็ร่อยหรอไปเรื่อยๆ


เนื่องจากไม่มีเงินเดือนมาเติมบัญชีเหมือนแต่ก่อน ความกังวลเริ่มเกิดขึ้นกับผมจนผมต้องกลับมาตั้งสติ ผมเคยมีความคิดว่าการเงินของผมมีความมั่นคงมาตลอดเวลา แต่สิ่งที่ผมพบก็คือ ผมอยู่แบบไม่ทำงานได้ไม่เกิน 6 เดือน แบบนี้ถ้าผมอายุมากขึ้น หรือผมป่วยขึ้นมา ผมคงมีปัญหาในการดำเนินชีวิตเป็นแน่แท้ นับตั้งแต่วินาทีนั้นผมจึงเริ่มกลับคิดว่าจะทำอย่างไร ให้สถานะทางการเงินของผมดีกว่าเดิม
ตอนเริ่มต้นผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าผมควรทำอย่างไร ผมก็พยายามขอคำแนะนำจากครอบครัวและเพื่อนฝูง รวมทั้งหาข้อมูลของช่องทางการทำเงินจากหนังสือและอินเตอร์เนท บ้างก็แนะนำ จะให้ผมลาออกจากงานประจำที่แสนรัก เพื่อมาทำอาชีพอิสระซึ่งอาจได้กำไรเป็นกอบเป็นกำหรือขาดทุนก็ได้ ผมหาข้อมูลอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถหาแนวทางที่เหมาะสมกับมนุษย์เงินเดือนอย่าง ผมได้ซักที จนผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก (Rich dad, poor dad)” ซึ่งวางอยู่บนหัวเตียงผมมาเป็นเวลานาน แต่ผมไม่เคยสนใจที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่านเลยซักครั้ง เนื้อหาของหนังสือหลักๆ ก็คือให้นำเงินไปลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมาหรือที่เรียกว่าเงินต่อเงินไงครับ

ภายหลังจากที่อ่านหนังสือ ผมรู้สึกหึกเหิม อยากลงทุน อยากรวย แต่ความรู้สึกนั้นก็ค่อยๆ ฝ่อไป เมื่อผมเริ่มศึกษาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน โดยส่วนตัวผมเป็นคนไม่ชอบเสี่ยงครับ หรือถ้าเลือกได้ก็ขอให้เสี่ยงน้อยที่สุด เงินแต่ละบาทที่ผมหาได้ผมอยากเก็บมันไว้กับตัวนานๆ แต่ถ้าไม่ลงทุนเลย ผมก็ไม่หลุดจากวังวนของการรอคอยเงินมาเติมบัญชีทุกๆ สิ้นเดือน ผมจึงเริ่มค้นหาวิธิการลงทุนที่เหมาะกับตัวผมที่ทำให้เงินงอกเงยขึ้นมากกว่า ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ โดยอ้างอิงการแนะนำจากหนังสือพ่อรวยสอนลูก ซึ่งจะกล่าวในหัวข้ออื่นๆ

จัดทำโดยทีมงาน WorkShop

ลงทุนกับสลากออมสินพิเศษ 5 ปี (1)

|0 comments

ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารที่ผมชื่นชอบครับ เพราะผมมักจะพบสินค้าและบริการที่ตรงความต้องการของผมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตที่กำหนดระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันแบบโดนใจ ซึ่งบริษัทเอกชนดังๆ ไม่มีเสนอขาย หรือเงินฝากในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่อื่น แต่อย่างว่าล่ะครับ โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าธนาคารออมสินจะมีสินค้าและบริการที่โดนใจ แต่บริการทางด้าน Internet Banking และ ATM ยังไม่มากเหมือนธนาคารอื่นๆ
ผมสนใจธนาคารออมสิน เมื่อดูโฆษณาโดยคุณวิษณุ นิลกลัด ที่บอกว่าคุ้มถึง 4 แบบ คือ
  1. เงินฝากไม่หาย เพราะรัฐบาลเป็นประกัน
  2. อัตราดอกเบี้ยสูงฝากครบ 5 ปี จะได้ดอกเบี้ย 7.5%
  3. มีลุ้นรถเบนซ์ รุ่นไหนผมไม่ทราบ จำนวน 10 คัน
  4. มีลุ้นการจับรางวัลทุกเดือนจนกว่าจะครบ 5 ปี

ดูโฆษณาครั้งแรกผมยังไม่สนใจเท่าไหร่นัก เพราะเงินฝากต้องอยู่กับธนาคารถึง 5 ปี ซึ่งผมคิดว่ามันนานเกินไป แต่ด้วยการโหมโฆษณาของทางธนาคาร ผมจึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากธนาคาร
สลากออมสินมีด้วยกันอยู่หลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบก็มีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการฝากเงินแตกต่างกันไป สลากออมสินที่ผมสนใจและคิดว่าคุ้มค่าที่สุดคือสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ซึ่งขายในลักษณะของหน่วยลงทุน 1 หน่วยลงทุน จะมีมูลค่า 100 บาท ผมซื้อสลากออมสิน 200 หน่วย ก็เท่ากับว่าผมต้องฝากเงิน 20,000 บาท

สลากออมสิน

เดิมทีเดียวผมมีความเข้าใจว่า หากผมซื้อสลากออมสินแล้ว จะไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีได้จนกว่าจะครบ 5 ปี แต่เมื่อผมได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร ทำให้ผมทราบว่า ผมสามารถถอนเงินออกจากสลากออมสินได้ทุกเมื่อ แต่จะไม่สามารถรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากได้ทำกับ 7.5% ต่อปี ตามที่ได้แจ้งไว้ โดยเงื่อนไขของการให้ดอกเบี้ยได้ระบุไว้ชัดเจนในที่ใบสลาก เพื่อเตือนใจผู้ฝากก่อนทำการถอนเงิน ซึ่งรายละเอียดของเงื่อนไขสรุปได้ดังนี้
  1. ฝากไม่ถึง 1 ปี จะได้ไม่ดอกเบี้ยเลย นั่นคือ 1 หน่วยเงินลงทุน จะมีค่าเท่ากับ 100 บาท เท่ากับว่าผมเสียโอสการที่จะได้ดอกเบี้ย หากฝากประจำ
  2. ฝากครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 2 ปี หน่วยลงทุนจะมีค่า 101 บาท ซึ่งหมายความว่าผมจะได้เงิน 101 X 200 = 20,200 บาท
  3. ฝากครบ 2 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี หน่วยลงทุนจะมีค่า 102.25 บาท ซึ่งหมายความว่าผมจะได้เงิน 102.25 X 200 = 20,450 บาท
  4. ฝากครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 4 ปี หน่วยลงทุนจะมีค่า 103.75 บาท ซึ่งหมายความว่าผมจะได้เงิน 103.75 X 200 = 20,750 บาท
  5. ฝากครบ 4 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี หน่วยลงทุน จะมีค่า 105.5 บาท ซึ่งหมายความว่าผมจะได้เงิน 105.50 X 200 = 21,100 บาท
  6. ฝากครบ 5 ปี หน่วยลงทุนจะมีค่า 107.50 บาท นั่นหมายความว่าผมจะได้เงิน 107.50 X 200 = 21,500 บาท
เมื่อผู้ฝากต้องการทำการถอนหน่วยลงทุน ก็นำใบสลากไปที่ธนาคารและเขียนใบถอนระบุจำนวนหน่วยที่ต้องการถอน ผมย้ำนะครับว่าเขียนหน่วยที่ต้องการถอน ผู้ฝากไม่จำเป็นต้องถอนทั้งหมดหลังการถอนเสร็จสิ้น ทางธนาคารจะออกใบสลากใหม่ให้ เห็นไหมครับว่าผู้ฝากมีแต่ได้กับได้
ข้อดีถัดมาของสลากออมสินคือ ผมได้ลุ้นโชคไม่ว่าจะเป็นรถเบ็นซ์หรือรางวัลเลขท้าย โดยรถเบนซ์จะมีจับรางวัลเพียงแค่ 10 ครั้งเท่านั้น ส่วนรางวัลเลขท้ายต่าง ๆ ผมมีโอกาสถึง 60 ครั้ง (12 เดือน x 5 ปี) โดยการจับรางวัลจะมีทุกๆ วันที่ 1 ของเดือน จนกว่าจะครบ 5 ปี ถูกแล้วก็สามารถถูกได้อีกครับ เชื่อไหมครับงวดแรกผมก็ถูกรางวัลเลขท้าย 4 ตัวแล้ว ได้เงินมา 300 บาท ซึ่งไม่โดนหักภาษีเลย ยิ่งทำให้ผมมีความหวังในการฝากเงินในรูปแบบสลากออมสินมากยิ่งขึ้น
บัญชีธนาคารออมสิน

ข้อดีข้อสุดท้ายที่ผมพบ ซึ่งคุณวิษณุไม่ได้บอกก็คือ มันทำให้ผมกับแม่ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะเมื่อใกล้วันที่ออกรางวัล ผมต้องโทรไปลุ้น และคอยตรวจรางวัลให้กับแม่ว่าใครคือ คนที่โชคดีของเดือน
ข้อดีการลงทุนกับสลากออมสิน
ประเภทการลงทุน: เงินฝาก
ความเสียง: ต่ำ
ผลตอบแทน: ต่ำ (ผลตอบแทนอาจสูง หากคุณเป็นคนมีโชคและบุญวาสนาถูกรางวัลที่ 1)
เงินที่ควรนำมาลงทุน: ควรเป็นเงินออมที่เก็บไว้ใช้เมื่อเกษียรอายุหรือใช้เมื่อฉุกเฉินเท่านั้น เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงเพราะรัฐบาลเป็นประกัน

อ่านต่อ : ลงทุนกับสลากออมสินพิเศษ 5 ปี (2)
ข้อมูลเพิ่มเติม : สลากออมสินพิเศษ

ลงทุนกับสลากออมสินพิเศษ 5 ปี (2)

|1 comments
บันทึกเรื่องสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ก่อนหน้านี้คงทำให้ผู้อ่านบางท่านมีความสนใจขึ้นบ้างและตัดสินใจซื้อ สลากออมสินกันบ้าง แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจลงทุนใดๆ และยังคงเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อาจเป็นเพราะไม่เห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน หรือคิดว่ามีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจมากกว่านี้ ไม่เป็นไรครับ ผมจะค่อยๆ อธิบายเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยการลงทุนด้วยสลากออมสินเปรียบเทียบกับการฝากเงินประเภทออมทรัพย์ และฝากประจำ 3 เดือนแบบคร่าวๆ โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคารพาณิชย์ทั่วไปดังนี้


เงินฝาก : 100,000.00 บาท

ระยะเวลาการฝาก : 1 ปี

  สลากออมสิน เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ 3 เดือน
คิดเป็นหน่วยลงทุน 1,000.00 100,000.00 100,000.00
อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1* 0.5 0.75
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 0% 15% 15%
ดอกเบี้ยคิดเป็นเงิน 1,000.00 500.00 750.00
เงินได้สุทธิ 1,000.00 425.00 637.50
* ตามเงื่อนไขที่ระบุในสลากออกสินที่ระบุว่าหากฝากครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จะขายหน่วยลงทุนได้หน่วยละ 101 บาทเท่ากับร้อยละ 1

จากตารางเปรียบเทียบด้านบน จะเห็นว่าการลงทุนด้วยสลากออมสินนั้นให้ผลประโยชน์มากกว่าการฝากเงินแบบออม ทรัพย์ หรือการเงินฝากประจำ 3 เดือน นอกจากนี้หลายท่านคงสงสัยว่าเหตุใดผมจึงรวมเอาภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาคิดคำนวณด้วย โดยปรกติแล้วดอกเบี้ยที่ได้จากธนาคารถือเป็นรายได้ประเภทหนึ่งที่จะต้องมี การเสียภาษีในอัตรา 15% ซึ่งมนุษย์เงินเดือนอย่างผมหลายท่านไม่ทราบถึงข้อนี้ จึงได้นิยมเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ นี่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมที่ธนาคารจะหักทุกปี ปีละประมาณ 150 – 200 บาท ขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภทบัตร ATM สุดท้ายจะเหลือเงินที่ได้จากดอกเบี้ยไม่เกินปี 250 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก

ตัวอย่างด้านบน หากลงทุนกับสลากออมสิน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินดังกล่าวแน่นอน นอกจากนี้ผู้ซื้อสลากออมสินอาจมีเงินเพิ่มขึ้นได้จากการจับรางวัลทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยรางวัลนั้นหลากหลายตั้งแต่รางวัลที่ 1 ซึ่งมีมูลค่า 5 ล้านบาท จนถึงเลขท้าย 4 ตัว (สามารถดูตัวอย่างรางวัลได้จากผลการจับรางวัลงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2552)

ตัวผมเองก็อยากถูกรางวัลต้นๆ แต่เนื่องจากผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีโชคในเรื่องนี้เท่าไหร่ ไม่เคยได้รับรางวัลใหญ่ๆ ซักที ดังนั้นที่ผมหวังก็คือรางวัลเลขท้าย 4 ตัว จากการจับรางวัล 60 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นเงิน 18,000.00 บาท (60 ครั้ง X 300 บาท) ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ แต่การที่จะถูกเลขท้าย 4 ตัวทุกครั้งได้ ผมจะต้องซื้อสลากออมสิน 1,000 หน่วย ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1 ล้านบาท !!! ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกครับ ผมลองคำนวณดูแล้ว ถ้าผมลงทุนครั้งเดียวด้วยเงิน 1 แสนบาท โอกาสในการถูกรางวัลเลขท้าย 4 ตัวของผมก็คือเท่ากับ 1 ใน 10 ซึ่งน่าจะดีกว่าการซื้อเป็นครั้งคราว ซึ่งทำให้เลขที่ได้ไม่ต่อเนื่องกัน
ผมเองไม่ทราบว่าเป็นเพราะโชคหรือว่าหลักการซื้อสลากออมสินของผม ซึ่งทำให้ผมถูกรางวัลมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด ผมถูกเลขท้าย 4 ตัว 2 ครั้งพร้อมกัน ทำให้ได้เงิน 600 บาท
สลากออมสินพิเศษ 5 ปี
ในระยะเวลาอันใกล้นี้หากมีเงินที่เก็บไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์โดยที่ ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ผมว่าลงทุนในสลากออมสินน่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีกว่านะครับ

อ่านย้อนหลัง
: ลงทุนกับสลากออมสินพิเศษ 5 ปี (1)
ข้อมูลเพิ่มเติม : ตรวจสอบสลากออมสินได้ที่นี่

มหาดไทยหน้าแตกยับ กฤษฎีกาตีความไฟเขียวใช้"สลากออมสิน"จำนำกับโรงรับจำนำ กทม.ได้

|0 comments

คนนิยมออมเงินโดยการฝากสลากออมสินเฮ! คณะกรรมการกฤษฎีกาไฟเขียวให้เอาจำนำกับโรงรับจำนำได้ ถือเป็นทรัพย์หรือสิ่งของตามกฎหมาย หลัง กทม.ทำเรื่องหารือ เพราะถูกกระทรวงมหาดไไทยเบรก จนเกิดปัญหาในการดำเนินการ ผู้สื่อข่าว"มติชนออ



ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยขอหารือของกรุงเทพมหานนคร(กทม.)ว่า สลากออมสิน ถือเป็นทรัพย์หรือสิ่งของตามกฎหมายที่สามารถนำไปจำนำกับสถานธนานุบาลกรุงเทพ มหานครหรือโรงรับจำนำของ กทม.ได้ หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยเห็นว่า สลากออมสินไม่ใช่สิ่งของตามกฎหมายจึงไม่สามารถนำไปจำนำได้

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้มีหนังสือ หารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 753/2551) สรุปความได้ว่า  คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยมีความเห็นกรณีสถานธนานุบาล กรุงเทพมหานครหารือ เรื่องการรับจำนำสลากออมสินพิเศษซึ่งเป็นตราสารว่า ไม่สามารถนำไปทำสัญญาจำนำกับโรงรับจำนำที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรง รับจำนำได้ โดยให้เหตุผลว่า พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 ได้นิยามคำว่า “ทรัพย์จำนำ” หมายความว่า สิ่งของที่รับจำนำ 

ดังนั้น ทรัพย์ที่จะนำมาทำสัญญากับโรงรับจำนำฯ จึงต้องเป็นเฉพาะสิ่งของตามที่บทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ บัญญัติไว้เท่านั้น เมื่อสลากออมสินพิเศษเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นสิทธิที่มีตราสารแสดงถึงสิทธิที่ จะได้รับเงินตามตราสารดังกล่าว จึงไม่ใช่สิ่งของตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำฯ

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครมีความเห็นว่า บทบัญญัติ มาตรา137 และมาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ความหมายของทรัพย์ไว้ว่า หมายถึง วัตถุมีรูปร่าง และ ทรัพย์สินหมายความรวมถึงทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้

ทรัพย์สินจึงหมายความรวมถึงวัตถุมีรูปร่างและวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และโดยที่ พ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ ไม่ได้ให้ความหมายของคำว่า “สิ่งของ” ไว้ จึงต้องพิจารณาความหมายของสิ่งของตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542  ซึ่งหมายความว่า “วัตถุต่าง ๆ”

 ดังนั้น ทรัพย์จำนำจึงหมายความได้ว่า วัตถุต่าง ๆ ที่รับจำนำ เมื่อสลากออมสินพิเศษเป็นหนังสือตราสารที่แสดงถึงสิทธิที่จะได้รับเงินตาม ตราสารจึงถือเป็นทรัพย์สินตามมาตรา 138แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อีกทั้งเป็นวัตถุมีรูปร่างซึ่งมีราคาและถือเอาได้ จึงสามารถนำมาเป็นทรัพย์จำนำตามพ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ ได้

เนื่องจากการตีความข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำฯ ของกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครไม่สอดคล้องกัน จึงเกิดปัญหาในการดำเนินงานของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร 

ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงขอหารือปัญหาการตีความข้อกฎหมายตามบทบัญญัติมาตรา 4  วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ ว่า สลากออมสินพิเศษจะถือเป็นทรัพย์ที่สามารถจำนำได้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หรือไม่ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 5)  มีความเห็นว่า  เมื่อพิจารณามาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ. 2505ซึ่งกำหนดนิยาม “โรงรับจำนำ” ไว้ว่า สถานที่รับจำนำซึ่งประกอบการรับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติ ธุระ แต่ละรายมีจำนวนเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท และหมายความรวมตลอดถึงการรับหรือซื้อสิ่งของโดยจ่ายเงินให้สำหรับสิ่งของ นั้นเป็นปกติธุระ แต่ละรายมีจำนวนเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยมีข้อตกลงหรือเข้าใจกันโดยตรงหรือโดยปริยายว่า จะได้ไถ่คืนในภายหลัง 

อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่จะนำมาจำนำในโรงรับจำนำตามพ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ ได้แก่ ทรัพย์หรือสิ่งของ ซึ่งพ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ ไม่ได้ให้ความหมายไว้ จึงต้องพิจารณาถ้อยคำตามความหมายทั่วไป โดยคำว่า ทรัพย์ ตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง

ส่วนคำว่า สิ่งของ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542  หมายความว่า วัตถุต่าง ๆ อันน่าจะสื่อความหมายถึงสิ่งไม่มีชีวิตที่นอกเหนือไปจากคนและสัตว์นั่นเอง 

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาลักษณะของการจำนำ ซึ่งมาตรา 747  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่า จำนำ คือ สัญญาซึ่งผู้จำนำส่งมอบสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้รับจำนำเพื่อเป็นประกันการ ชำระหนี้ จะเห็นได้ว่า การจำนำจะสมบูรณ์ได้ต้องมีการส่งมอบทรัพย์จำนำให้แก่ผู้รับจำนำ ด้วยเหตุนี้ ทรัพย์หรือสิ่งของตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำฯ จึงหมายถึง วัตถุหรือสิ่งไม่มีชีวิตที่มีรูปร่างซึ่งสามารถส่งมอบแก่กันได้ 

เมื่อพิจารณาลักษณะของสลากออมสินพิเศษที่ออกโดยธนาคารออมสินตามกฎ กระทรวงว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทสลากออมสินพิเศษ พ.ศ. 2547  ออกตามความในพ.ร.บ.ธนาคารออมสิน พ.ศ.2489 จะเห็นได้ว่า สลากออมสินพิเศษ คือ หนังสือตราสารที่ธนาคารออมสินออกให้แก่ผู้ฝาก โดยมีข้อสัญญาว่า ถ้าหนังสือตราสารนั้นมีเลขหมายถูกเลขสลากจ่ายคืน ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินให้แก่ผู้ฝากเป็นจำนวนเงินตามที่กำหนดไว้ และเมื่อหนังสือตราสารนั้นครบกำหนดอายุ ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ฝาก ตามนิยามในข้อ 2 แห่งกฎกระทรวงฯ และมี 2 ชนิด คือ ชนิดระบุให้ใช้เงินแก่ผู้มีชื่อในสลากออมสินพิเศษ และชนิดระบุให้ใช้เงินแก่ผู้ถือสลากออมสินพิเศษ ตามข้อ 4  แห่งกฎกระทรวงฯ 

นอกจากนี้ ผู้ฝากเงินประเภทสลากออมสินพิเศษนี้ ยังมีสิทธิต่าง ๆ ในสลากด้วย เช่น สิทธิในการถอนเงินคืนก่อนครบกำหนดอายุของสลากออมสินพิเศษ สิทธิโอนกรรมสิทธิ์ในสลากออมสินพิเศษแก่บุคคลอื่น หรือสิทธิขอกู้เงินจากธนาคารออมสินโดยใช้สลากออมสินพิเศษเป็นหลักประกันไม่ ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน

 จากลักษณะดังกล่าว สลากออมสินพิเศษจึงเป็นตราสารที่ใช้แสดงสิทธิในเงินที่ผู้ฝากได้ฝากไว้กับธนาคารออมสินและสามารถโอนและส่งมอบกันได้ด้วยวิธีที่กำหนด ซึ่งต่างจากการฝากเงินไว้กับธนาคารออมสินที่ผู้ฝากมีเพียงสิทธิในเงินฝากโดย ไม่มีตราสารแสดงสิทธินั้น เมื่อสิทธิดังกล่าวไม่อาจส่งมอบแก่กันได้จึงไม่สามารถจำนำได้ 

แต่ในกรณีของการฝากเงินประเภทสลากออมสินพิเศษ ผู้ฝากเงินกับธนาคารออมสินจะได้รับสลากออมสินพิเศษเป็นเอกสารแสดงสิทธิใน เงินฝากของตนที่มีอยู่กับธนาคาร ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีลักษณะเป็นวัตถุมีรูปร่างที่ใช้โอนและส่งมอบกันได้

 ดังนั้น สลากออมสินพิเศษจึงเป็นทรัพย์หรือสิ่งของตามความหมายของพระราชบัญญัติโรงรับจำนำฯ ที่โรงรับจำนำจะรับจำนำไว้ได้ 

แนวนโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐ (Statement of Direction : SOD)

|0 comments

แนวนโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐ (Statement of Direction : SOD) วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม

แนวนโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐ (Statement of Direction : SOD) ที่มีต่อธนาคารออมสิน

มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการออมของประชาชน โดยมีการบริหารจัดการซึ่งสนับสนุนโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ

วิสัยทัศน์ และพันธกิจ

ปี 2555 – 2559

“เป็นสถาบันการเงินที่มั่นคงเพื่อการออม การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ และเป็นผู้นำในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล”

พันธกิจ

  • เป็นสถาบันเพื่อการลงทุนและการพัฒนา
  • เป็นสถาบันเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก
  • เป็นสถาบันเพื่อการออม
  • เป็นสถาบันที่ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

ค่านิยม : VIPS

  • มุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ (Vision Focus)
  • รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social Responsibility)
  • ยึดมั่นในคุณธรรม (Integrity)
  • เชี่ยวชาญงานบริการ (Professionalism)

โดยมีคำอธิบายค่านิยม ดังนี้

  • มุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ (Vision Focus)
    มุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย โดยยึดวิสัยทัศน์และ พันธกิจขององค์กรเป็นหลัก มีการเตรียม การทำหน้าที่และภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม
  • รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social Responsibility)
    ให้บริการชุมชน พัฒนาการปฏิบัติงานขององค์กรและพนักงานให้สอดคล้องกับสภาพของชุมชนรับผิดชอบ ต่อสังคมเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคมให้มั่นคง และยั่งยืน
  • ยึดมั่นในคุณธรรม (Integrity)
    ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นธรรมโปร่งใสในการทำธุรกิจ ปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยขององค์กร ประพฤติตนเป็นพนักงานที่ดีเพื่อประโยชน์ ทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า คู่ค้า ใช้อำนาจหน้าที่โดยชอบธรรม เพื่อประโยชน์ขององค์กรและสังคม
  • เชี่ยวชาญงานบริการ (Professionalism)
    มีความคิด ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ แสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ยกระดับมาตรฐานการทำงานของตนเองให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อทันต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

ประวัติธนาคารออมสิน

|0 comments

ประวัติธนาคาร

“แบงค์ลีฟอเทีย” ต้นแบบการออม

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรง เห็นคุณประโยชน์ของการออมทรัพย์ เพื่อให้ประชาชนรู้จัก การประหยัด การเก็บออม มีสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน เงินทองของประชาชน ให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย จึงทรง ริเริ่มจัดตั้งคลังออมสินทดลองขึ้น โดยทรงพระราชทาน นามแบงค์ว่า “ลีฟอเทีย” ในปี พ.ศ. 2450 เพื่อทรงใช้ ศึกษาและสำรวจนิสัยคนไทยในการออมเบื้องต้น พระองค์ ทรงเข้าใจในราษฎรของพระองค์และทรงทราบดีว่าควรใช้ กุศโลบายใดอันจะจูงใจคนไทยให้มองเห็นความสำคัญ ของการออม


กำเนิดธนาคารออมสิน

ยุคที่ 1 คลังออมสิน สังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ พ.ศ. 2456 – 2471

เพื่อให้คลังออมสินได้เป็นประโยชน์เกื้อกูลเผื่อแผ่ไปถึงราษฎรโดยทั่วกัน พระองค์จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการจัดตั้ง “คลังออมสิน” ขึ้น ในสังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และพระราชทาน พระบรมราชานุญาตประกาศใช้ “พระราชบัญญัติคลังออมสิน พ.ศ. 2456” ประกาศใช้ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456

เติบโตอย่างรุดหน้า

ยุคที่ 2 กองคลังออมสิน สังกัดกรมไปรษณีย์
โทรเลข กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
พ.ศ. 2472 - 2489


ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริเห็นควร
โอนกิจการคลังออมสินให้้ไปอยู่ในความรับผิดชอบ
ของกรมไปรษณีย์โทรเลข กิจการได้เริ่มแพร่หลายและ
เป็นที่นิยมของประชาชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งนับได้ว่ากิจการคลังออมสิน
ในช่วงระยะนี้เติบโตขึ้นมากจึงเรียกได้ว่าเป็น "ยุคแห่งความก้าวหน้าของการคลังออมสินแห่งประเทศไทย"

 

รากฐานความมั่นคง

ยุคที่ 3 ธนาคารออมสิน สังกัดกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2490 – ปัจจุบัน

ต่อมาภายหลังเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง รัฐบาลได้เห็นถึงคุณประโยชน์ ของการออมทรัพย์และความสำคัญของคลังออมสินที่มีต่อการพัฒนาประเทศ จึงได้ยกฐานะของคลังออมสินขึ้นเป็นองค์การของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ดำเนินธุรกิจภายใต้ “พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489” มี การ บริหารงานโดยอิสระ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ ซึ่งได้รับการ แต่งตั้งจาก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เริ่มดำเนินธุรกิจในรูปธนาคาร ออมสินตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2490 และคำว่า “คลังออมสิน” ก็ได้เปลี่ยน เป็นคำว่า “ธนาคารออมสิน” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

โฉมใหม่สู่ความทันสมัยครบวงจร

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงพัฒนาระบบการดำเนินงานและการบริการ ใน ทุกด้านอย่างเป็นพลวัตร ธนาคารจึงได้ปรับตัวให้เข้ากับ สถานการณ์ เพื่อรักษาฐานลูกค้ามากกว่า 26 ล้านบัญชี โดยระดมทรัพยากรในทุกด้านเตรียมการเพื่อปรับปรุง ภาพลักษณ์และรูปแบบการให้บริการที่ทันสมัยและครบวงจร ยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการให้บริการที่สอดคล้องต่อความ ต้องการและครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกช่วงวัย
ปัจจุบันธนาคารออมสินมีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นรัฐวิสาหกิจ ในรูปของสถาบันการเงินที่มีรัฐบาลเป็นประกัน อยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีสาขา 995 สาขาทั่วประเทศ มีอายุครบ 99 ปี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา

Friday, November 2, 2012

สิทธิพิเศษ เฉพาะลูกค้าสลากออมสินพิเศษ 5 ปี

|0 comments

สิทธิพิเศษ เฉพาะลูกค้าสลากออมสินพิเศษ 5 ปี 

คุ้มครองประกันอุบัติเหตุ ฟรี 1 ปี

คุณสมบัติ และเงื่อนไข

  • เป็นลูกค้าสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ที่ฝากสลากระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 - 30 มิถุนายน 2554
  • อายุขั้นต่ำ 7 ปี สูงสุด 75 ปี ( ณ วันฝาก และต้องเป็นบัญชีบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่บัญชีร่วม)
  • ฝากสลากตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป (สลากหลายฉบับรวมกันได้)
  • วงเงินคุ้มครอง 1 เท่า ของยอดเงินฝากคงเหลือ ณ วันก่อนเกิดอุบัติเหตุ 1 วัน หากเกิดเหตุ ณ วันที่เปิดบัญชี คุ้มครองตามยอดเงินที่ฝาก ณ วันนั้น
  • วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1,000,000.- บาท
  • ขยายความคุ้มครองการขับขี่ หรือ โดยสารรถจักรยานยนต์ ( เต็มทุนประกันภัย)

เงื่อนไข ข้อตกลงคุ้มครอง อบ.1

การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

  • 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับการเสียชีวิต
  • 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับการตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
  • 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือตั้งแต่ข้อมือ หรือเท้าตั้งแต่ข้อเท้าหรือสายตา (รวม 2 ข้างขึ้นไป)
  • 60% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อมือ หรือเท้าหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาหนึ่งข้าง

ข้อยกเว้นที่สำคัญ

  1. การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา สารเสพติด หรือยาเสพติดให้โทษจนไม่สามารถครองสติได้ คำว่า “ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา” นั้น ในกรณีที่มีการตรวจเลือดให้ถือเกณฑ์มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัม เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
  2. การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
  3. การถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกาย / ภัยก่อการร้าย
  4. การได้รับเชื้อโรค เว้นแต่การติดเชื้อโรค หรือบาดทะยัก หรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งเกิดจากบาดแผลที่ได้รับมาจากอุบัติเหตุ
  5. สงคราม (ไม่ว่าจะประกาศหรือไม่ก็ตาม) การรุกราน หรือการกระทำของศัตรูต่างชาติ สงครามกลางเมือง การปฏิวัติ การกบฏ การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาดลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาล การจลาจล การนัดหยุดงาน การก่อการร้าย
  6. ขณะที่ผู้เอาประกันภัยกำลังขึ้นหรือกำลังลง หรือขณะโดยสารอยู่ในอากาศยานที่มิได้จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสาร และมิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์
  7. ขณะที่ผู้เอาประกันภัยขับขี่หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานประจำอากาศยานใดๆ
  8. ขณะที่ผู้เอาประกันภัยเข้าร่วมทะเลาะวิวาทหรือมีส่วนยั่วยุให้เกิดการทะเลาะวิวาท
  9. ขณะที่ผู้เอาประกันภัยก่ออาชญากรรม หรือขณะที่ถูกจับกุม หรือหลบหนีการจับกุม
  10. ขณะที่ผู้เอาประกันภัยปฏิบัติหน้าที่เป็น ทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัคร และเข้าปฏิบัติการใน สงคราม หรือปราบปราม
หมายเหตุ : เงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นโดยละเอียด เป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัย


ธนาคารฯ หรือผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับผลประโยชน์จะต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะกระทำได้ และต้องยื่นหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรขอรับค่าสินไหมทดแทนพร้อมทั้งหลักฐาน ประกอบ ให้กับ ฝ่ายสินไหมทั่วไป

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 63/2 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะใด ๆ ตามข้อตกลงคุ้มครอง เว้นแต่จะพิสูจน์ ได้ว่ามีเหตุ จำเป็นอันสมควร ทำให้ไม่สามารถยื่นหลักฐานได้ภายใน 30 วัน

ฝ่ายสินไหมทั่วไป

- คุณศิริพร เพ็ชร์ศรีสม, คุณสุกัญญา เฉลิมชัยวัฒน์ โทร. : 02-248-0059 ต่อ 2414 โทรสาร. : 02-643-2951
- คุณวรรณญา วิเชียรจรัส โทร. : 02-933-7010 ต่อ 3270 โทรสาร. : 02-933-7502

สลากออมสินกุศล งวดที่ 2

|1 comments

สลากออมสินกุศล งวดที่ 2

สลากออมสินกุศล งวดที่ 2 หน่วยละ 40 บาท อายุ 2 ปี มีสิทธิถูกรางวัล ทุกเดือนเป็นเวลานานถึง 24 เดือน มูลค่ารางวัลที่ 1 เป็นจำนวน 500,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

 

รายละเอียดและหลักเกณฑ์

หลักเกณฑ์ รายละเอียด
ระยะเวลาจำหน่าย 2 เดือน (31 ตุลาคม 2554 ถึง 30 ธันวาคม 2554)
อายุสลาก 2 ปี ไม่มีดอกเบี้ย มีผลตอบแทนเป็นรางวัล
จำหน่าย ฉีกเป็นฉบับ หรือเป็นเล่ม (50 ฉบับ)
ราคาต่อหน่วย/ฉบับ 40 บาท เลือกหมายเลขสลากได้
ใบสลาก ระบุงวด , หมวดอักษร , หมายเลขสลาก 7 หลัก
(จำหน่าย 10 หมวดอักษร A – J)
วันที่ที่ลงในใบสลาก สลากเริ่มนับอายุ วันที่ 16 มกราคม 2555
สลากมีสิทธิถอนคืนครบอายุ วันที่ 16 มกราคม 2557
สลากเริ่มมีสิทธิถูกรางวัล วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555
(สลาก เริ่มนับอายุ มีสิทธิถอนคืน และสิทธิถูกรางวัล พร้อมกันทุกฉบับ)
กรรมสิทธิ์ เป็นของผู้ถือ
สิทธิการถูกรางวัล 24 ครั้ง ในการถูกรางวัลแต่ละครั้ง สลาก 1 ใบมีสิทธิถูกรางวัลได้มากกว่า 1 รางวัล
การออกรางวัล ทุกวันที่ 1 ของเดือน เริ่มครั้งแรก 1 กุมภาพันธ์ 2555
(เฉพาะการออกรางวัลวันที่ 1 มกราคม และ 1 พฤษภาคม
ให้เลื่อนเป็น 30 ธันวาคม และ 2 พฤษภาคม)
ดอกเบี้ย ไม่มีดอกเบี้ย
ถอนคืนก่อนครบกำหนด ไม่ได้
ถอนคืนเมื่อครบกำหนด เริ่มถอนคืนเงินต้นได้ตามที่ระบุไว้ในใบสลาก (16 มกราคม 2557)
การออกรางวัล จะออกเฉพาะตัวเลข 7 หลัก ดังนั้น ทุกหมวดอักษรจะได้รับรางวัลเหมือนกัน
เงินรางวัล รางวัลที่ 1 หมุน   1 ครั้งๆ ละ 500,000 บาท
รางวัลที่ 2 หมุน   4 ครั้งๆ ละ   30,000 บาท
รางวัลที่ 3 หมุน 10 ครั้งๆ ละ   15,000 บาท
รางวัลที่ 4 หมุน 30 ครั้งๆ ละ     5,000 บาท
รางวัลที่ 5 หมุน 50 ครั้งๆ ละ     2,500 บาท
กำหนดระยะเวลารับเงินรางวัล / ถอนคืนเงินต้น ภายในวันที่ 16 มกราคม 2558
(ภายในระยเวลา 1 ปีนับจากวันที่สลากครบอายุ)
ร่วมบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม ในอัตราร้อยละ 1 ของยอดเงินที่จำหน่ายสลากได้

หมายเหตุ : ไม่สามารถคำนวนผลตอบแทนขั้นต่ำได้ เนื่องจากไม่มีรางวัลเลขท้ายและดอกเบี้ย

สลากออมสินพิเศษ 5 ปี

|0 comments

สลากออมสินพิเศษ 5 ปี


สลากออมสินพิเศษ 5 ปี หน่วยละ 100 บาท อายุ 5 ปี มีสิทธิถูกรางวัลทุกเดือนรวม 60 ครั้ง รางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 5 ล้านบาท 5 รางวัล และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ฝากครบอายุรับเงินต้นคืน พร้อมดอกเบี้ยหน่วยละ 10.50 บาท

รายละเอียดและหลักเกณฑ์

หลักเกณฑ์ รายละเอียด
ระยะเวลารับฝาก 4.5 เดือน (14 กุมภาพันธ์ - 16 กรกฎาคม 2554)
งดจำหน่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน
คุณสมบัติผู้ฝาก - บุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
- นิติบุคคลทุกประเภท
อายุสลาก 5 ปี (สิทธิการถูกรางวัล 60 ครั้ง)
ราคาต่อหน่วย 100 บาท
ค่าส่วนลดการถอนก่อนครบกำหนด หักค่าส่วนลด 2 บาท/หน่วย ถ้าถอนก่อนครบ 3 เดือน
การออกรางวัล ทุกวันที่ 1 ของเดือน เริ่มครั้งแรก 1 มีนาคม 2554

ดอกเบี้ยครบอายุ

10.50 บาท/หน่วย (ฝากไม่ครบ 1 ปี ไม่ได้ดอกเบี้ย)
ระยะเวลาฝาก ดอกเบี้ย (บาท/หน่วย)
ฝากครบ 1 ปี 1.40
ฝากครบ 2 ปี 2.85
ฝากครบ 3 ปี 4.75
ฝากครบ 4 ปี 8.00
ฝากครบ 5 ปี 10.50

เงินรางวัล

รางวัล จำนวนครั้งที่หมุน เงินรางวัลละ
รางวัลที่ 1 5 5,000,000 บาท
รางวัลที่ 2 5 500,000 บาท
รางวัลที่ 3 10 50,000 บาท
รางวัลที่ 4 20 10,000 บาท
รางวัลที่ 5 40 5,000 บาท
รางวัลเลขท้าย 6 ตัว 1 600 บาท
รางวัลเลขท้าย 5 ตัว 2 400 บาท
รางวัลเลขท้าย 4 ตัว 4 300 บาท
* กำหนดงวดและหมวดอักษรเฉพาะรางวัลที่ 1 และ รางวัลที่ 2
** เงินรางวัลนี้ มีผลกับสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดเก่า (501-504) ตั้งแต่การออกรางวัลครั้งที่ 4/2554 (1 เมษายน 2554) ด้วย

การชิงโชคทอง

  • การชิงโชคทองคำแท่ง มูลค่า 2.4 ล้านบาท จำนวน 11 รางวัล


ผู้มีสิทธิชิงโชค

  • ผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ถึง 30 มิถุนายน 2554 (ยกเว้นสลากเฉพาะผู้ถือ)

สิทธิในการชิงโชค

  • ตลอดระยะเวลา 4.5 เดือนรับรางวัลแล้วมีสิทธิรับรางวัลอีก แต่ถ้าเป็นการจับรางวัลในครั้งเดียวกัน
    มีสิทธิเพียง 1 รางวัล เท่านั้น
  • ผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ทุกรายมีสิทธิชิงโชค (ยกเว้นสลากเฉพาะผู้ถือ)

สลากออมสินพิเศษ 3 ปี

|0 comments

สลากออมสินพิเศษ 3 ปี

สลากออมสินพิเศษ อายุ 3 ปี งวดที่ 56 หน่วยละ 50 บาท อายุ 3 ปี มีสิทธิถูกรางวัล ทุกเดือนเป็นเวลานานถึง 36 เดือน รางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 10 ล้านบาท 3 รางวัล รางวัลพิเศษ มูลค่า 1 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ฝากครบอายุรับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย หน่วยละ 52.75 บาท

 

รายละเอียดและหลักเกณฑ์

หลักเกณฑ์ รายละเอียด
ระยะเวลารับฝาก ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2555 เป็นต้นไป
คุณสมบัติผู้ฝาก - บุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
- นิติบุคคลทุกประเภท
อายุสลาก 3 ปี (สิทธิการถูกรางวัล 36 ครั้ง)
ราคาต่อหน่วย 50 บาท
ค่าส่วนลดการถอนก่อนครบกำหนด ถอนก่อนครบ 3 เดือน หักส่วนลด 1 บาท/หน่วย
การออกรางวัล ทุกวันที่ 16 ของเดือน *หยุดจำหน่ายทุกวันที่ 16 ของเดือน*

ดอกเบี้ยครบอายุ

ระยะเวลาฝาก ดอกเบี้ย (บาท/หน่วย) ถอนคืนได้รับ (บาท)
ฝากครบ 3 เดือน ไม่ครบ 1 ปี ไม่ได้ดอกเบี้ย 50.00
ฝากครบ 1 ปี ไม่ครบ 2 ปี 0.50 50.50
ฝากครบ 2 ปี ไม่ครบ 3 ปี 1.125 51.125
ฝากครบ 3 ปี 2.75 52.75

เงินรางวัล

รางวัล จำนวนครั้งที่ออกรางวัล เงินรางวัลละ
รางวัลที่ 1 3 10,000,000 บาท
รางวัลพิเศษ 1 1,000,000 บาท
รางวัลที่ 2 1 100,000 บาท
รางวัลที่ 3 2 20,000 บาท
รางวัลที่ 4 5 10,000 บาท
รางวัลที่ 5 10 5,000 บาท
รางวัลเลขสลากตรงกับรางวัลที่ 1
แต่ต่างงวดและหมวดอักษรรางวัลละ
  10,000 บาท
รางวัลเลขท้าย 6 ตัว 2 400 บาท
รางวัลเลขท้าย 5 ตัว 2 300 บาท
รางวัลเลขท้าย 4 ตัว 2 150 บาท
* กำหนดงวดและหมวดอักษรเฉพาะรางวัลที่ 1 และรางวัลพิเศษ

ผลตอบแทนขั้นต่ำ

จำนวนเงินฝาก ผลตอบแทน % ต่อปี
ต่ำกว่า 5 แสนบาท 1.833
5 แสนบาท 2.553
5 ล้านบาท 2.697

การออกรางวัล

ธนาคารออมสินจะทำการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ทุกวันที่ 16 ของเดือน ตั้งแต่เวลา 13:00 น. โดยถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ระบบ AM ความถี่ 891 กิโลเฮิรตช์ และถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์น ไนน์ ทีวี

การออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ (รุ่นธนโชค) จะทำการออกรางวัล ในเดือนมกราคม เมษายน กรกฏาคม และตุลาคม เวลา 14:00 น.-15:00 น. ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ต่อจากการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ และจะนำเทปบันทึกการออกรางวัลมาออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง ประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ระบบ AM ความถี่ 891 กิโลเฮิรตซ์ ในเวลา 16:00 น. - 17:00 น.

สิทธิการรับรางวัลและถอนคืนสลาก

ผู้ฝากมีสิทธิรับเงินรางวัลและถอนคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยได้ ภายในระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่สลากออมสินพิเศษครบกำหนด

สลากออมสินทางเลือกใหม่ของการออม

|0 comments

สลากออมสินทางเลือกใหม่ของการออม

สลากออมสินคืออะไร?

สลากออมสิน เป็นรูปแบบหนึ่งของการออมทรัพย์
ที่ให้คุณฝากเงินกับทางธนาคาร รับดอกเบี้ยตาม
อัตราที่กำหนด พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลต่างๆมากมาย
แบบคุ้มแล้วคุ้มอีก ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะของธนาคารออมสิน

ตรวจรางวัลสลากออมสิน

ตรวจรางวัลสลากออมสินจากเลขรางวัลบนสลากออมสินของคุณได้ที่นี่


ตัวอย่างการซื้อสลากออมสินพิเศษ 3 ปี


สลากออมสินพิเศษ 3 ปี จำหน่ายราคาหน่วยละ 50 บาท

การลุ้นรางวัล

ธนาคารออมสินจะทำการออกรางวัลสลากออมสินพิเศษ 3 ปี ณ ธนาคาร
ออมสินสำนักงานใหญ่ ทุกวันที่ 16 ของเดือน ในกรณีของผู้ที่ซื้อสลาก
ออมสินพิเศษ 3 ปี จะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัล 36 ครั้ง ตลอดอายุการฝาก 3 ปี
สามารถตรวจรางวัล และดูผลการออกรางวัลได้ที่นี่

เป็นเจ้าของสลากออมสินได้ง่ายๆ

สามารถซื้อสลากออมสินได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาและ
เตรียมการดังต่อไปนี้